The Butterfly Effect

 
"ถ้าวันนั้นฉันไม่ทำอย่างนั้น วันนี้ก็คงจะดีกว่านี้" …. หลายคนมักจะคิดแบบนี้ในวันที่เจอเรื่องอะไรแย่ๆ
ฉันไม่อาจปฏิเสธว่าตัวเองไม่เคยคิดแบบนี้ ในทำนองว่า.. "เออ ถ้าวันนั้นเราไม่ทำอย่างนั้น มันน่าก็จะไม่เป็นแบบนี้"
แต่แล้วก็ต้องสะดุดกับคำว่า "เป็นแบบนี้" ของตัวเอง
 
"เป็นแบบนี้ …. ในวันนี้" เมื่อรำพึงออกมาก็ทำให้พบว่า
ฉันพอใจกับวันนี้ของตัวเองมากและมันมากกว่าเมื่อวานเสมอ
เท่าๆ กับที่พึงใจในคำว่า "ประสบการณ์" จนทำให้นึกถึงวิชา สปช. สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต
ไอ้วิชานี้ เราเรียนภาคทฤษฎีกันมาตั้งแต่ประถม แต่แก่จนป่านนี้ก็ยังเรียนภาคปฏิบัติกันไม่อิ่มไม่เต็มสักที
 
ในเมื่อเราพึงพอใจกับปัจจุบันขนาดนี้ แล้วจะต้องใส่คำว่า "ถ้า" ให้กับอดีตทำไม จะทำให้อนาคตหวั่นไหวเสียเปล่าๆ
อะไรที่เกิดขึ้นแล้ว ผลมันมีอยู่สองอย่างคือ "ดี" กับ "ดีมาก"
อะไรที่ทำให้เราเดินทางมาถึงวันนี้ มันก็ดีทั้งนั้น

ฉันนึกขอบคุณประสบการณ์ทั้งดีและร้ายที่มันทำให้ฉันมีปัจจุบันแบบนี้

 

นึกถึงเพลงที่ชอบมากสองเพลงคือ "โชคดีที่โชคร้าย" ของ หนึ่ง ภู่ระย้า และ "ง่ายดาย" ของ สตรีท ฟังค์ โรลเลอร์
นึกถึงคนดีๆ ที่เราควรมีไว้ในชีวิต
บ่ายวันอาทิตย์ ขุดคุ้ยดีวีดีหนังที่มีอยู่ ดูว่าเรื่องไหนที่ยังไม่ได้ดูบ้างจะได้เอาออกมาดู
ก็ปะเข้ากับ The butterfly effect เรื่องนี้เคยดูแล้ว แต่ก็ลืมแล้วว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง
จัดการยัดพรวดเข้าไปในเครื่องเล่นดีวีดี
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า
พระเอกพยายามย้อนกลับไปในอดีตเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่แย่ๆ เพื่อจะให้เกิดความเพอร์เฟ็คให้กับปัจจุบันของตัวเองและคนใกล้ตัว
แค่เขาเปลี่ยนอดีตเพียงสิ่งเดียว แต่กลับส่งผลกระทบกับปัจจุบันไปหมดทุกอย่าง
พอจัดการทางนั้นมันก็ยุ่งทางนี้ จนต้องกลับไปแก้อดีตอยู่นั่นแล้ว
 
อุปมาความคุ้มคลั่งได้เทียบเทียมกับมือใหม่ที่เล่นรูบิค พยายามเรียงหน้าสีให้เต็มด้านหนึ่งก่อน
เรียงอยู่เป็นนาน ดีใจจังที่ทำได้หนึ่งด้านแล้ว แต่พอพลิกก้อนลูกบาศก์นี่ดูด้านอื่นๆ ก็ถึงกับท้อ
เพราะที่เหลืออีก 5 ด้าน มันอลหม่านไปหมด
 
The Butterfly effect เป็นหนังที่ดีมาก
ฉันลองคิดให้เป็นตัวเองดูบ้าง เพราะเมื่อสแกนกรรมดูแล้ว อดีตที่รู้สึกว่าแย่ของตัวเองก็มีอยู่ใช่น้อย
แล้วถ้าฉันกลับไปแก้กรรมได้อย่างพระเอกหนังเรื่องนี้…
ชีวิตปัจจุบันมันก็อาจจะเป็นได้สองอย่างระหว่าง ดีขึ้น กับ แย่ลง
แต่ในเมื่อฉันพอใจกับวันนี้ พอใจกับทั้งความดีและยอมรับในความแย่ แล้วจะต้องคิดทำไมอีก
 
และเรื่องจริงก็คือ เรากลับไปแก้อดีตไม่ได้
แทนที่จะหมกมุ่นกับคำว่า "ถ้า" เอาเวลามาคิดว่าจะหาประโยชน์จากมันได้ยังไงดีกว่า
 
ดังคำพระท่านว่าไว้ว่า
ถ้าเราตักเกลือหนึ่งช้อนชาใส่ลงไปในตุ่มน้ำ ไม่ว่าเราจะเติมน้ำสะอาดลงไปเท่าไหร่ เกลือมันก็ยังอยู่ในตุ่มนั้นหนึ่งช้อนชาอยู่ดี
แต่ที่เราทำได้คือ เติมน้ำสะอาดลงไปเจือจางเกลือให้รสเค็มมันลางเลือนไปเท่านั้นเอง
 
"การมองเข้าไปในความหลังก็เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือที่ยังไม่ได้เขียน" คุณลุง ‘รงค์ ท่านว่าไว้อย่างนั้น


2 thoughts on “The Butterfly Effect

  1. อดีตก็เหมือนตดน่ะ เมื่อตดแล้วก็อย่าได้ขวนขวายไปดม

  2. งั้นกำขี้ก็ดีกว่ากำตดหล่ะสิ (สีทาเล็บแจ่มม๊าก)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s