just in case

 
สร้างโอกาสเจอเพื่อนในช่วงสงกรานต์ นัยว่าต่างคนต่างหลบหลีกความเซ็งออกมาพบกัน
 
ระหว่างการพบกันนั้นก็ตามประสาของคนไม่เจอกันนาน เรื่องสนทนาจึงมีทั้งเรื่องอดีต ปัจจุบัน
และเลยไปถึงเรื่องอนาคตที่ต่างคนก็ต่างไม่รู้ว่าหลังจากนี้อีกสักสองสามปี จะทำอะไรต่อ
 
เพื่อนบอกว่า "ถ้าเราเป็นแกเราจะไปเรียนพวกออกแบบกราฟิกดีไซน์เพิ่ม"

เป็นอีกครั้งที่ปากพูดไม่ทันภาพความคิดที่มันหมุนวนอยู่ในหัว ก็เลยได้แต่มองหน้าเพื่อนเป็นเชิงว่า
‘เฮ้ย เรารู้ว่าแกและเพื่อนๆ คนอื่นคิดว่าเรามีหัวทางศิลปะ แต่มันก็ไม่ใช่เรียนกันได้ง่ายๆ และจะทำเป็นทำสวยกันทุกคนนะ
เราว่าเราก็เรียนได้ แต่คงจะทำงานให้มันสวยๆ ไม่ได้หรอก’
มันมองตาแล้วก็คงรู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ เลยตอบสำทับมาว่า "จริงๆ นะแก"

 
อยากบอกเพื่อนว่า ไม่ต้องมาเป็นเราหรอก เป็นตัวเพื่อนนั่นแหละ แล้วเพื่อนอยากทำอะไรก็ทำเถอะ
บางทีเพื่อนอาจจะทำกราฟิกสวยงามอลังการล้านเจ็ดเรือยอร์ช ก็ได้
แต่ก็หวั่นว่าเรื่องมันจะเครียดเกินไป ก็เลยไม่ได้พูดออกไป ได้แต่เงียบเสีย 
 
ด้วยความเป็นคนมาตรฐานสูงประกอบกับความสามารถต่ำทำให้ตัวเองไม่ค่อยเชื่อตัวเองสักเท่าไหร่
แต่ก็อยากขอบคุณเพื่อนในความเชื่อและไว้วางใจกันมาตลอด 16 ปีที่สนิทกันมา
 
บ่อยครั้งที่ความเชื่อและความคาดหวังก็กดดันเราอยู่เสมอ กลัวจะทำได้ไม่ดีเท่าที่เขาคาดหวังไว้
ไม่อยากเห็นสายตาของความผิดหวัง ทุกครั้งฉันจึงไม่กล้ารับปากใครว่าจะทำอะไรให้ออกมาดีๆ
ไม่เคยอวดอ้างสรรพคุณแม้กระทั่งในการสัมภาษณ์งาน
ก็เพียงแค่รับปากและบอกให้เขาทำใจไว้ล่วงหน้าถ้าผลมันจะออกมาไม่ดี
 
ไม่ใช่หมายความว่าจะไม่ตั้งใจทำให้ ก็ทำให้อย่างสุดฝีมือนั่นแหละ แต่แค่บอกไว้ว่าเราเตือนคุณแล้ว
just in case น่ะ

One thought on “just in case

  1. สรุปว่า อย่ามาเสือกเรื่องของตู ใช่มั้ย ติสท์ว่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s