เกาะเกร็ด

เพื่อนเราฝากฝังเอาไว้เมื่อรู้ว่าเราจะไปเที่ยวเกาะเกร็ดในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า
"จะไปเที่ยวเกาะเกร็ดเหรอ ถ่ายรูปเอ๊กซ์ๆ มาอวดด้วยนะ" …. ไม่แน่ใจว่ามันไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งพูดให้ขำ
 
"เกาะเกร็ด อยู่จังหวัดนนทบุรีเว้ย ไม่ใช่ทะเล ไม่ต้องเอาทูพีซไป ไอ้บ้า" แต่ก็ยังนึกขำ เมื่อลองนึกภาพว่า ทั้งคนหนุ่มคนแก่บนเกาะเกร็ดนุ่งทูพีซสีเขียว สีแดง เดินเที่ยวกันให้รึ่ม
 
… ………..
 
8 โมงเช้าวันอาทิตย์
เดินออกมานอกบ้าน ลมเย็นพัดซู่ เล่นเอาขนแขนเคารพธงชาติกันเกรียวทั้งที่เลยเวลา 8 โมงเช้าไปแล้ว นึกแปลกใจว่าทำไมยังได้เจอกับอากาศหนาวๆ อีกครั้ง หลังจากที่ฝนตก และ ร้อนตับกันไปเมื่อหลายวันก่อนแล้ว?? จะเอายังไงกันเนี่ย ?? โอว นี่หรือเมืองพุทธ…
 
แต่ก็ดีแล้ว เพราะเพื่อนที่เคยไปเกาะเกร็ดเขาให้ข่าวมาว่า ที่เกาะเกร็ดร้อนมากกก อากาศเย็นๆ แบบนี้คงช่วยให้เดินได้สบายขึ้น
 
………..
 
นัดรวมพลกันที่เมเจอร์รัชโยธิน เมื่อพลพรรคมาพร้อมแล้ว ก็โดดขึ้นรถ 140 เปิดประทุนรับลมเย็นๆ มุ่งหน้าไปบนถนนงามวงศ์วานสู่ติวานนท์ ประมาณเกือบชั่วโมงก็ถึงตลาดปากเกร็ด… ใครไม่รู้ว่าตลาดปากเกร็ดอยู่ตรงไหน ก็ให้สังเกตเอาว่ารถที่นั่งมายูเทิร์นเมื่อไหร่ก็ลุกลงได้เลย….
 
เอิ่มมม… บางคนถามว่า แล้วถ้ารถมันยูเทิร์นก่อนจะถึงสถานที่อันควรล่ะเราจะรู้ได้ไง?
อ่าาาาา… เอาเป็นว่ามีข้อสังเกต 3 ประการ
1. รถเมล์ยูเทิร์น
2. ที่ใต้สะพานสูงๆ
3. มีตลาด ร้านค้า ย่านชุมชน เต็มไปหมด
จบ.
 

ลงรถแล้วให้มองหาร้าน KFC แต่แม้จะหิวปานไหนก็อย่าหวั่นไหวกับรูป รส กลิ่น เสียง ของไก่กรอบสไปซี่ ที่มันยั่วตายวนใจ จงทำใจแข็งเดินเข้าซอยข้างๆ KFC นั่นล่ะ ระยะทางแค่แมลงวันขยับปีกก็ถึงวัดสนามเหนือซะละ เดินผ่าเข้าไปในวัดจะมีท่าน้ำลงเรือข้ามฟากคนละ 2 บาท เพื่อข้ามไปเกาะเกร็ด ตอนแรกไม่เคยมา ก็นึกว่าจะมายากกว่านี้

 
เอา….. ถึงแล้ว
วงวัดอยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้สนใจทำบุญทำทานกันละ เดินเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหากินกันเลยทีเดียว ชาวบ้านร้านถิ่นเขาต้อนรับผู้มาเยือนกันด้วยดอกไม้ทอด ดอกเฟื่องฟ้า ดอกอะรูมิไร้ เขาก็เอามาชุบแป้งทอดให้กินกัน … เอ้า เดินเลยร้านขนมโบราณมานี่หว่า ไหนมูนวอล์คกลับไปซื้อมาชิมซัก 20 บาทซิ แล้วก็หอบหิ้วกันไปนั่งกินที่ร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำตกซะเรียบร้อยไป 1 อิ่ม
 

 
ลุกเดินกันต่อผ่านร้านขายของทั้งของประดับ ของประแดก มากมาย… มากมาย..
บางช่วงให้อารมณ์เหมือนเดินตลาดนัดสวนจตุจักร ด้วยมีของแฮนด์เมดกระจุกกระจิก เครื่องปั้นดินเผากระจุ๋มกระจิ๋ม วางขายเป็นระยะๆ สลับกับของกินประเภทกินเล่น
 

ทอดมันหน่อกะลา นี่ก็ดูท่าว่าจะเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่
ได้ยินชื่อว่า "กะลา" แล้วอย่านึกว่าเขาเอากะลามะพร้าวมาทำทอดมันให้เรากินนะ แต่ "กะลา" ที่ว่านี่เป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่ง ขยายพันธุ์ด้วยการแทงหน่อ รสชาติมันเป็นยังไงไม่รู้ เพราะเท่าที่กินดูก็ไม่เห็นจะมีรสชาติอะไร เหมือนกินทอดมันทั่วไป ใครอยากเห็นว่าต้นกะลาเป็นยังไง ไม่ต้องลงทุนไปลงเรียนพฤษศาสตร์ เพราะแม่ค้าเขาขุดมาใส่หม้อตั้งไว้ให้ดูที่หน้าร้าน พิจารณากันได้ถึงนิวเคลียสเลยเชียว
 
เดินกันอย่างเพลิน ไม่ร้อนเพราะเขามีหลังคาคลุมแทบจะตลอดทาง แบบว่าสปอยล์คนเที่ยวสุดๆ เป็นที่เพลิดเพลินเจริญใจมาก

เดินเข้าไปลึกๆ อีกก็เจอร้านขนมถ้วย-เฉาก๊วย
ที่แต่งร้านได้น่ารักมากๆ บรรยากาศคลาสสิกเหมือนนั่งจิบมาร์ตินี่ที่เคาน์เตอร์บาร์ เพียงแต่เปลี่ยนจากแก้วมาร์ตินี่เป็นถ้วยขนมถ้วย สังเกตเอาจากขวดเหล้าที่ตั้งเรียงรายบนชั้นวางของติดผนัง คิดว่าตกกลางคืนคงเปิดเป็นร้านเหล้าเป็นแน่
อืมม.. ตะวันขึ้นกินขนม ตะวันตกกินเหล้า เข้าทีดีทีเดียว

กินขนมกันอิ่มแล้ว ยังไม่อยากลุกเลย เพราะลูกชายเจ้าของร้านเขาหน้าตาดี เอิ๊กๆ แต่ก็ไปกันต่อเถอะ
 
ผ่านร้านรวงอีกเยอะจนไปถึงหน้าวัดๆ หนึ่ง จำชื่อไม่ได้ละ(เวง มันจะจำอะไรได้มั่งเนี่ย) ย่านขายของก็หมด ตรงสุดทางจะมีวินมอไซค์รับจ้างรับอาสาพาเราซ้อนท้ายเที่ยวรอบเกาะต่อ ไปดูแปลงผัก ดูสวน ดูไร่ทางท้ายเกาะ 30 บาทต่อรอบ แต่พวกเราสมัครใจเดินย้อนกลับทางเดิมดีกว่า

ขาเดินกลับนี่ไม่รูเป็นไง ไม่ประสบความสำเร็จกับของกิน
ที่หน้าวัดจะมีไอติมมะพร้าวอ่อนขาย 2 เจ้าติดกัน พวกเราถลาเข้าไปร้านที่คนขายสวย นุ่งชุดขาว ผิวก็ขาวผ่องอย่างกะไอศติมที่เธอขาย แต่… ไอติมลูกเท่าหัวแม่โป้งเท้า 3 ลูกตักใส่กระทงใบตองโรยด้วยถั่วลิสง ราคา 25 บาท เล่นเอาเรามึนไปพักหนึ่งตอนจ่ายตังค์ และยิ่งเมาหนักเข้าไปใหญ่เมื่อพี่สาวไอติมเจ้าข้างๆ เขาร้องเจื้อยแจ้วเสียงหวาน พร้อมตวัดหางตาเหยียดหยามมาทางกลุ่มพวกเรา
"ไอติมมะพร้าวอ่อนค่าาา 20 บาทแถมถ้วยดินเผาด้วยจ้าา ทุกอย่าง 20 บาทจ้าาา"
 
นี่คุณแม่ค้าหน้าสวย หล่อนใช้มะพร้าวนำเข้าจากปาปัวนิวกินีใช่ม๊ายยยยย มันถึงได้แพงอย่างงี้เนี่ยยยยย งือออออ…
 
เอาเหอะๆ มาแวะกินข้าวยำ ข้าวแช่ กันให้ชื่นใจกันสักหน่อย
ดูจากรายการทีวีเขาบอกว่าข้าวแช่นี่หอม เย็น ชื่นใจดีแท้ๆ … แต่ข้าวแช่ถ้วยนี้ไหงมันเป็นอย่างงี้หว่า เย็นน่ะใช่ แต่ไม่แน่ใจว่าชื่นใจหรือเปล่า ข้าวสวยใส่น้ำเย็นอบเทียนอวลกลิ่นดอกไม้หอม…. อาาาาาาาห์ เหม็นดีแท้จนกินไม่ได้ ร่ำๆ จะขอแม่ค้าเปลี่ยนเป็นข้าวต้มได้ม๊ายยยย ฮือออออออ…

เหลือบมองร้านไอติมที่อยู่ตรงข้ามร้านข้าวแช่…
เขาติดราคาไว้ว่า 10 บาท!!! แง๊……. พอๆๆๆ เลิกพูดเรื่องไอติมไปเลยนะ งอน!
 
เดินพ้นโซนช้อปปิ้งมาแล้ว เดินไปโซนวัฒนธรรมเสียหน่อย
จะไม่ค่อยมีของขายสักเท่าไหร่ ทางนี้จะร้อนกว่าเพราะไม่มีหลังคาบังแดด ก็ไปเจอบ้านหลังหนึ่งจำชื่อบ้านไม่ได้อีกละ – -" เขาขายซ่าหริ่ม ลูกตาลลอยแก้ว ทับทิมกรอบ และ กระท้อนลอยแก้ว เจ้าของบ้านเชื้อเชิญเราขึ้นไปนั่งพักกินขนมบนบ้าน ซึ่งสอบถามได้ว่าเป็นบ้านมอญอายุร่วมร้อยปีแล้ว และคุณป้าเจ้าของบ้านก็มีเชื้อสายชาวมอญ คลาสสิกจริงๆ ขอแนะนำ กระท้อนลอยแก้ว หวานๆ เปรี้ยวๆ เย็นชุ่มคอชื่นใจมากกกก..

ได้เวลากลับแล้ว ไปลงเรือข้ามฟากที่เดิม เดินไปตลาดปากเกร็ด ขึ้นรถตู้กลับกรุงเทพฯ เมื่อกี๊ไม่เหนื่อย แต่ทำไมพอขึ้นรถแล้วมันเหนื่อยเจียนตายงี้วะเนี่ย หลับตลอดทางจนรถมาจอดแถวๆ ข้างสวนจตุจักร ต่อรถเมล์กลับบ้าน
 
ถึงบ้าน
อาบน้ำ เอารูปออก รอดูปังคุง สบายจัยยย…


One thought on “เกาะเกร็ด

  1. บ้านหลังหนึ่งจำชื่อบ้านไม่ได้อีกละ – -" ……ชื่อ"บ้านป้าสุน"ค่ะ…..แล้วแวะมาทานขนมบ้านเราอีกนะค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s