ผีไม่อำแต่คนอำ ที่เมืองกาญจน์

บอกเพื่อนว่าเสาร์-อาทิตย์นี้จะไปเที่ยวเมืองกาญจน์ เพื่อนทักมาว่า "ระวังนะเว้ย" ไอ้เราก็กำลังนึกซึ้งใจว่าเพื่อนห่วงเราจะไปตกน้ำตกท่าไหลไปกับแม่น้ำแคว แต่ความรู้สึกที่ว่าก็สลายไปกับประโยคถัดมาที่มันบอกว่า "เขาเล่ากันมาว่าผีดุนะ" เลยต้องด่ามันกลับ "ไอ้บ้า ผีเค้าก็ไปผุดไปเกิดหมดแล้ว จะมานอนรอโลกพระศรีอาริย์รึไง"
 
เราไปเที่ยวกันตามประสาคนไม่มีรถยนต์ส่วนตัว แต่เมื่อเข้าไปค้นดูรายละเอียดการท่องเที่ยวเมืองกาญจน์ในอินเทอร์เน็ต ก็ไม่รู้ว่ามันมีน้อยหรือเราหาไม่เป็น เพราะเราไม่ค่อยได้อะไรติดมือมามากนัก เช่น อยากรู้ว่ามันมีท่ารถตู้ที่ไหนบ้าง มีรถมอเตอร์ไซค์ให้เช่าขี่หรือเปล่า ร้านอาหารที่ไหนอร่อย ที่พักที่ไหนดี … ก็ไม่รู้ สรุปคือ เราอาศัยถามข้อมูลจากคนรู้จักแล้วก็ลุยไปแบบไปหาเอาข้างหน้า
 
แล้วมันเป็นยังไงน่ะเหรอ?..
ก็โดนหลอกโดนอำกันตั้งแต่คิดว่าจะไปเลยทีเดียว นับตั้งแต่เพื่อนคนที่เราถามข้อมูล ตำรวจที่เราไปถามทาง พนักงานที่รีสอร์ต เจ้าหน้าที่ของการรถไฟ ฯลฯ คือเขาบอกมาอย่างนึง แต่ของจริงมันอีกอย่างนึง ที่แย่ซ้ำเติมกันเข้าไปอีกก็คือ แผนทง แผนที่ ก็ไม่ได้เตรียมไปด้วย ก็ต้องขี่มอเตอร์ไซค์วนมั่วกันไป เป็นที่เฮฮา
 
== 2 ธันวาคม ==
เช้า 8 โมงครึ่งไปเดินหารถตู้จากอนุสาวรีย์ไปเมืองกาญจน์ เดินวนรอบอนุสาวรีย์ถามหาคิวรถตู้ที่เพื่อนบอกมา แต่สุดท้ายก็ไปเจอที่ฝั่งหน้าโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นที่ที่เพื่อนบอกว่า "คิวไปเมืองกาญจน์ไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้แน่ๆ ไม่ใช่
แน่ๆ อ่ะ" … นับเป็นการโดนอำครั้งที่1 แหะๆ – -"
 
ที่หน้าโรงพยาบาลราชวิถีจะมีคิวรถตู้อยู่หลายคิว มองหาป้ายไปเมืองกาญจน์ก็ไม่มี ต้องอาศัยถามคุณลุงที่เขาขับรถตู้คิวบ้านนา นครนายก แต่พอถามว่าคิวไปเมืองกาญจน์คันไหนคะลุง ตาลุงแกก็ตีหน้ามึนไม่ตอบซะงั้น.. อ้าวเวง สงสัยไม่อยากให้เรียกลุง ก็เลยต้องไปถามเจ้าหน้าที่ที่ซุ้ม ขสมก. เขาถึงได้ชี้มาให้ … ซึ่งคิวไปเมืองกาญจน์ก็อยู่ตรงข้ามคิวไปบ้านนาของคุณลุงคนเมื่อกี๊นั่นล่ะ เอ๊า.. ซะงั้น  อันนี้ไม่เข้าข่ายอำ แต่เค้าไม่บอกต่างหาก กิ๊วๆ
 
รถออก 8 โมงครึ่ง นั่งหลับๆ ตื่นๆ ไปถึงเมืองกาญจน์ตอน 11 โมง .. (ไหนใครบอกว่าใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้วไง) ไปถึงก็งงล่ะสิท่านผู้ชมว่าต้องออกเดินไปทางไหน ตรงนั้นก็มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างเขาจอดรอบริการเราอยู่ แต่โรคเกลียดมอเตอร์ไซค์รับจ้างมันอยู่ในฮีโมโกลบิน ก็เลยว่าเดินเอานี่ล่ะง่ายดี .. มองข้ามทางรถไฟเห็นร้านค้าหนาแน่นกว่าที่อีกทางนึง ก็เลยว่าเอาวะ สุ่มไปทางนี้แหละ
 
เดินข้ามทางรถไฟมาเรื่อยๆ จะเจอ บขส. แถวนี้ไม่มีร้านมอเตอร์ไซค์ให้เช่า เลยต้องเดินต่อไปจนถึงสี่แยกแล้วถามเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ป้อมว่ามีร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ไม๊แถวนี้ พี่ๆ เจ้าหน้าที่น่ารักมาก ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พี่คนนึงบอกว่าร้านให้เช่ามอเตอร์ไซค์จะอยู่ในซอยตรงข้ามสถานีรถไฟ มีอยู่หลายร้านเลย เราถามว่าไปอีกไกลไม๊ พี่คนนึงบอกว่าเดินไปก็ซักประมาณ 500 เมตรน่ะ ถือว่าเดินเที่ยวก็ได้ แต่ในขณะที่อีกคนเดิมทำหน้าประมาณไม่อยากให้
เราเดินไป แต่อยากให้ข้ามถนนไปขึ้นรถสองแถวสีส้มที่จอดรอผู้โดยสารตรงสี่แยกไปมากกว่า
 
แต่แล้วเราก็ตัดสินใจว่าเดินไป เพราะพี่เค้าบอกว่าประมาณ 500 เมตรนี่เอง แต่ยิ่งเดินทำไมมันเหมือนยิ่งไกล ผ่านโรงแรมริเวอร์แคว แดดก็ร้อน อากาศก็ร้อน เหงื่อแตกพลั่กๆ เดินไปก็บ่นไป นี่มันยังไม่ห้าร้อยเมตรอีกเหรอเนี่ย ทำไมมันร้อนอย่างนี้เนี่ยยยย … เดินมาจนเจอฮวงซุ้ย เจอสุสานทหารพันธมิตร … และเห็นป้ายสถานีรถไฟอยู่ลิบๆ ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย
 

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว แวะถ่ายรูปสุสานกันหน่อย ในใจก็นึก.. อย่ามีอะไรติดรูปมาเลยน๊า ถ่ายรูปสักพักพอให้หายเหนื่อยก็ค่อยเดินต่อ
 
เดินมาอีกนิดแวะกินก๋วยเตี๋ยวร้านโก๊รัช ที่อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟ ก๋วยเตี๋ยวอร่อยไม่หลอกลวง ถามพนักงานร้านก๋วยเตี๋ยวเพื่อย้ำความถูกต้องของข้อมูลอีกทีว่าร้านให้เช่ารถอยู่แถวนี้จริงๆ … พี่เค้าบอกว่าเดินเข้าซอยข้างๆ นี่แหละ แต่ไปอีกไกลเลย แต่พอเราเดินเข้าไปก็พบว่ามันก็ไม่ไกลนี่หว่า …
 
เราเลือกเช่าร้านที่อยู่ตรงข้ามการประปา เขามีให้เช่าทั้งมอเตอร์ไซค์และจักรยาน จักรยานวันละ 40 บาท มอเตอร์ไซค์วันละ 150 บาท แต่เดี๋ยวก่อน!! เขาไม่ปล่อยให้คนไทยเช่าจ้ะ เพราะคนไทยมาเช่าแล้วเชิดรถไปเลย ทิ้งบัตรประชาชนไว้ให้ดูเป็นการเยาะเย้ย.. เป็นงี้ทุกร้านล่ะ แต่เขาคงเห็นหน้าเหี่ยวแดดของเราแล้วสงสาร ก็เลยบอกว่า จะให้เช่าก็ได้แต่ต้องขอบัตรประชาชนไว้สองใบนะ.. เอ่ออ ถ้าเจอด่านวัดดั้งนี่ก็จบเลยนะ เพราะไม่มีหลักฐานอะไรไป
ยืนยันว่าเราเป็นคนไทย.. หน้ายิ่งออกอินเตอร์เนชั่นแนลอยู่ด้วย
 
หลังจากที่ตกลงเรื่องมอเตอร์ไซต์เรียบร้อยแล้ว ก็บึ่งออกตะลอนหาทางไปที่พัก เช็คอินเรียบร้อย สิ่งแรกที่ทำก็คือ อาบน้ำ .. โอว นี่แหละสวรรค์ของคนเดินทางไกล แต่ไม่รู้ว่าจะอาบทำไม เพราะพอออกมาจากห้องเหงื่อก็แตกซิกเหมือนเดิม….
 
ตกบ่ายก็ออกไปดูสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งสัปดาห์นี้เขามีการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควกัน ก็เลยมีการเก็บค่าเข้างานคนละ 20 บาท และก็มีร้านรวงมาเปิดขายของกันเป็นบริเวณใหญ่มาก
 
เย็นแล้ว.. ที่รีสอร์ทเขาไม่มีร้านอาหาร แปลกใจ ทำไมรีสอร์ทสวยงามแต่ไม่มีร้านอาหารให้บริการ แต่ก็ไม่เป็นไร เราบึ่งมอเตอร์ไซค์ไปแถวๆ ท่าลงแพ ซึ่งตรงนี้จะเป็นแหล่งชุมนุมของแพอาหาร แพเธ็ค คือเมื่อคนลงแพแล้วเขาก็จะลากแพล่องลำน้ำไป เป็นที่คลาสสิก แต่… ดูแล้วมันไม่คลาสสิกเอาเสียเลย

นั่งอยู่ริมน้ำที่รีสอร์ท มองบรรดาแพเธ็คทั้งหลายที่ล่องมาชมงานการแสดงแสงสีเสียง ดูแล้วก็ปลง.. เมืองกาญจน์น่าจะเป็นเมืองที่คลาสสิกชั้นดี เมืองแห่งการแอดเวนเจอร์ แต่กลยุทธ์มาร์เก็ตติ้งเขาทำให้เป็นเมืองอะไรก็ไม่รู้ เซ็งเป็ดเลย
 
 
== 3 ธันวาคม ==

เช้าๆ บรรยากาศแม่น้ำแควคลาสสิก เงียบ สงบ ไม่มีเสียงดังโหวกเหวกเหมือนเมื่อคืน อากาศยังไม่ร้อน ลมเย็นสบาย วันนี้ไม่ออกไปไหน อยู่ถ่ายรูปในรีสอร์ตก็เหนื่อยแล้ว

 
เช็คเอาท์ออกตอนเที่ยง ตอนแรกกะว่าจะกลับรถตู้เหมือนเดิม แต่.. มาเมืองกาญจน์เขาขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวทางรถไฟ ก็เลยตกลงว่ากลับรถไฟเที่ยวบ่ายสองสี่สิบ… ซึ่งรถไฟไทยก็คือรถไฟไทยที่รักษามาตรฐานเอาไว้ชนิดที่เรียกว่าระดับ เหรียญทองตลอดกาล เพราะเมื่อสิบปีที่แล้วเป็นอย่างไร ปัจจุบันก็เป็นอย่างนั้น บ่ายสามก็แล้วก็ยังไม่มา บ่ายสามครึ่งโน่นล่ะถึงจะได้ขึ้น
 
นั่งขโยกเขยกกันไป เอาหน้าโต้ลมจนหน้าดำ มาถึงสถานีธนบุรีเอาเมื่อเวลาหกโมงครึ่ง ต่อรถเมล์เข้ามาอนุสาวรีย์ชัยเวลาประมาณทุ่มครึ่ง เป็นอันปิดฉากการทัวร์มั่วเมืองกาญจน์ด้วยประการฉะนี้
 
เป็นทริปที่มั่วกันไปตั้งแต่ต้นจนจบ มั่วอย่างเดียวยังไม่เท่าไหร่ โดนอำด้วยนี่สิ
ฮาาาาาตะรึมเล้ยย…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s