หมาของใครของใครก็ห่วง

เมื่อสองสามวันมานี้ ได้ข่าวร้ายของพี่ชายคนหนึ่ง เป็นข่าวร้ายเกี่ยวกับ "คินคิน" เจ้าโกลด์เด้น รีทรีฟเวอร์ตัวน้อยของแก
เย็นวันนั้นหลังจากกินอาหารเย็นแล้ว คินคิน วิ่งออกไปเล่นหน้าบ้าน แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เจ้าของเศร้ามากมาก ออกตามหาทั่วหมู่บ้าน เคาะถามทุกบ้าน แต่ไม่เจอ
จนวันนี้ยังพยายามตามหาอยู่  พี่แกรักของแกมาก
คนรักหมาจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี
ขอให้พี่เจอเจ้าคินคินเร็วๆ
…………..
…….

ตอนฉันยังเรียนอยู่อนุบาล ก็เคยเจอกับอารมณ์ทำนองนี้…
….
 
ในตอนนั้น บ้านเรามีลูกหมาคลอดออกมาเยอะ หมาไทยวัดธรรมดานี่แหละ แต่ก็ไม่ได้ยกให้ใครไป
พวกมันค่อยๆ โตขึ้น และเวลาพวกมันวิ่งเล่นอยู่ในบริเวณบ้านแต่ละทีฝุ่นก็คลุ้งเต็มบ้านไปหมด ดูแล้วเหมือนช่วงเช้าของฤดูหนาว
มันเล่นกันมีความสุข และฉันก็มีความสุขดีที่ได้วิ่งเล่นกับมัน
แขน ขาฉันในแต่ละวันเต็มไปด้วยรอยข่วนจากเขี้ยวเล็กๆ และเล็บคมๆ ของพวกมัน
วันแล้ววันเล่า
 
 
แต่แล้วในบ่ายวันนั้นก็มาถึง.. มันเป็นวันเสาร์ ฉันไม่ได้ไปโรงเรียน
แม่พาฉันนอนงีบตอนบ่ายตามประสาเด็ก
ตอนที่ฉันกำลังนอนหลับสนิท ก็ต้องตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงคนและเสียงหมาเอะอะ
 
…ฉันตื่นขึ้นมาเจอกับ
ผู้ชายประมาณ สาม สี่ คน อยู่ในบริเวณบ้าน
หนึ่งในผู้ชายเหล่านั้น เขาเป็นเพื่อนบ้านฉันเอง… ใช่ล่ะ บ้านเราอยู่ใกล้กัน
อีกสอง สามคนที่เหลือ แต่ละคนถือกระสอบปออยู่ในมือ
และกำลัง…… ไล่จับหมาของฉัน มัดใส่กระสอบ …..
อุตลุตไปหมด

คนในบ้านฉันทำอะไรไม่ได้ นอกจากนิ่ง
ฉันร้องไห้ลั่น แต่ มันคงไม่ดังพอที่ใครจะได้ยิน รวมทั้งคงไม่มีอำนาจพอจะหยุดเหตุการณ์ตรงหน้าลงได้
จนกระทั่งคนพวกนั้นจากไป .. พร้อมกับหมาของฉันในกระสอบ
ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเงียบ และความเศร้า
ฉันร้องไห้ไปนานแค่ไหนก็จำไม่ได้ พวกผู้ใหญ่ชอบคิดไปว่า พวกเด็กๆ ยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร
ก็อาจจะใช่ แต่..ฉันจำเหตุการณ์นี้ได้ฝังใจ
……
……….

ละแวกบ้านเรา ชาวบ้านเลี้ยงไก่แบบปล่อยให้คุ้ยเขี่ยหากินเองตามป่าละเมาะ
แล้วพวกหมาของบ้านเรา ก็ไปวิ่งไล่กัดไก่ของเขา
ไก่เขาอาจจะตาย หรืออาจจะไม่ ก็ไม่รู้

 

ฉันไม่โทษตัวเอง และไม่โทษใคร
ไม่โทษคนที่สั่งคนให้มาจับหมาไป เพราะ เขาก็แค้นที่ไก่ซึ่งเป็นเครื่องเลี้ยงชีพเขาตายไปเพราะหมาเรา
ไม่โทษคนที่มาจับหมา เพราะ เขาก็ทำไปตามปากท้องสั่ง
ไม่โทษผู้ใหญ่ในบ้านฉัน เพราะ หมาบ้านเราก็ไปกัดไก่เขา
ไม่โทษหมา เพราะ มันก็ทำไปตามสัญชาตญาณหมา
 
เหตุการณ์นี้อาจเป็นครั้งแรกที่ทำให้ฉันรู้จักการสูญเสีย และอาจเป็นครั้งแรกของความโกรธแค้น
และเป็นครั้งต่อๆ มาของการปั้นสีหน้าให้เป็นปกติ ยามที่ต้องเจอหน้าคนๆ นั้น
นี่เป็นบทเรียนสุดวิเศษที่ไม่มีสอนในโรงเรียนอนุบาลที่ไหน
 
แล้วทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกรรม
เพื่อนบ้านคนนั้น ข่าวว่าเขาก็ไม่ได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ
จนกว่าลมหายใจสุดท้ายของเขา เมื่อนานมามากแล้ว…
 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s